เรื่องจริง 4 ประการ ของ “ออรัลเซ็กซ์” ที่คุณอาจไม่เคยรู้

จากประเด็นข่าวหน้าหนึ่งเกี่ยวกับการทำออรัลเซ็กซ์ในภัตตาคาร ต่อหน้าประชาชนของคู่รักคู่หนึ่ง  เราคงจะทราบกันดีอยู่แล้วว่าเป็นเรื่องที่ไม่สมควรอย่างยิ่งในการทำรักในที่แจ้ง แต่คู่รักหลายคู่อาจชื่นชอบและนิยมทำรักแบบออรัลเซ็กซ์เมื่ออยู่กันสองต่อสองซึ่งก็เป็นเรื่องปกติของความสุขทางเพศ จากข้อมูลสถิติแห่งชาติแสดงให้เห็นว่าชาวอเมริกันส่วนใหญ่มีประสบการณ์เกี่ยวกับออรัลเซ็กซ์ โดยเริ่มตั้งแต่ช่วงวัยรุ่นตอนต้น จากผลการสำรวจของ CDC ในช่วงปี 2549 และ 2551 พบว่าเกือบครึ่งหนึ่งของวัยรุ่นและเกือบ 90% ของผู้ใหญ่อายุ 25-44 เคยมีประสบการณ์เกี่ยวกับออรัลเซ็กซ์

ประสบการณ์เกี่ยวกับเรื่องจริง 4 ประการ ของ “ออรัลเซ็กซ์” ที่คุณอาจไม่เคยรู้อาจเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้สนุกสนาน แต่มีบางอย่างที่หลายคนไม่ทราบเกี่ยวกับการทำรักแบบออรัลเซ็กซ์

นี่คือเรื่องจริง 4 ประการ ของ “ออรัลเซ็กซ์” ที่คุณอาจไม่เคยรู้

  1. การทำรักแบบออรัลเซ็กซ์มีส่วนเกี่ยวข้องกับมะเร็งลำคอและมะเร็งในช่องปาก

ไวรัส papillomavirus (HPV) ของมนุษย์ซึ่งสามารถแพร่กระจายได้จากคนสู่คนระหว่างเพศรวมถึงการการทำรักแบบออรัลเซ็กซ์ นักวิจัยพบว่ามะเร็งปากมดลูกและต่อมทอนซิลอาจเกิดจากเชื้อไวรัส human papillomavirus (HPV) บางชนิด HPV เป็นเรื่องปกติ แต่ไม่ก่อให้เกิดโรคมะเร็งเสมอไป หากคุณไม่ได้รับเชื้อ HPV ในระหว่างการทำรักแบบออรัลเซ็กซ์

ข้อมูลจากการศึกษาที่ตีพิมพ์ใน The New England Journal of Medicine ในปี 2550 แสดงให้เห็นว่ามีความเสี่ยงในการเกิดโรคมะเร็งช่องปากมากขึ้นในกลุ่มคนที่ชอบการทำรักแบบออรัลเซ็กซ์ โดยเปลี่ยนคู่นอนอย่างน้อยหกคน

  1. การทำรักแบบออรัลเซ็กซ์ช่วยเพิ่มความสัมพันธ์รัก

Louanne Cole Weston, PhD, จาก Fair Oaks, Calif กล่าวว่า ความเครียดเกี่ยวกับการทำรักแบบออรัลเซ็กซ์มักเกี่ยวข้องกับความห่วงใยด้านสุขอนามัยของคู่นอน  บางคนไม่ต้องการทำรักแบบออรัลเซ็กซ์เพราะกังวลเกี่ยวกับปฏิกิริยาของคู่นอน แต่บางคนอาจกังวลเกี่ยวกับประสิทธิภาพของตนเอง แท้จริงแล้วประสบการณ์ต้องการทำรักแบบออรัลเซ็กซ์สามารถช่วยกระชับความสัมพันธ์ให้ใกล้ชิดมากยิ่งขึ้น

  1. การทำรักแบบออรัลเซ็กซ์ที่ไม่ได้ป้องกันเป็นเรื่องปกติ แต่มีความเสี่ยง

โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ (STDs) ได้แก่ HIV, เริม, ซิฟิลิส, โรคหนองใน, HPV และไวรัสตับอักเสบสามารถถ่ายทอดผ่านทางปากได้ ความเสี่ยงขึ้นอยู่กับหลายสิ่งที่แตกต่างกันรวมถึงคู่นอนของคุณ การใช้ถุงยางอนามัยสามารถป้องกันความเสี่ยงได้  แต่คนส่วนใหญ่ไม่ได้ป้องกันทางปาก นั่นอาจเป็นเพราะหลาย ๆ คนไม่ทราบว่าโรค STDs สามารถแพร่กระจายโดยปากเปล่าได้ ความเสี่ยงในการได้รับ STD  จากการทำรักแบบออรัลเซ็กซ์ที่ไม่มีการป้องกันโดยทั่วไปจะต่ำกว่าความเสี่ยงที่เกิดจากการมีเพศสัมพันธ์ทางช่องคลอดหรือทวารหนัก

  1. การทำรักแบบออรัลเซ็กซ์เป็นเรื่องปกติในหมู่วัยรุ่น

วัยรุ่นในสหรัฐฯหลายคนมีเพศสัมพันธ์ทางปากก่อนที่จะมีเพศสัมพันธ์ทางช่องคลอด Bonnie Halpern-Felsher, PhD, ศาสตราจารย์กุมารเวชศาสตร์จาก University of California, San Francisco  กล่าวว่าพวกเขาไม่ได้มองว่ามันมีความเสี่ยงสูง เมื่อเทียบกับการมีเพศสัมพันธ์แบบปกติ  เพราะพบว่าวัยรุ่นส่วนใหญ่คิดว่าการทำรักแบบออรัลเซ็กซ์ไม่ทำให้ามีความเสี่ยงต่อปัญหาทางสังคมอารมณ์และสุขภาพ  ทั้งนี้เหล่าวัยรุ่นให้เหตุผลในการทำรักแบบออรัลเซ็กซ์ว่าเป็น แสวงหาความสุข  ช่วยการปรับปรุงความสัมพันธ์ เป็นที่ชื่นชอบของคู่นอน และเพราะความอยากรู้นั่นเอง

เราจะเห็นได้ว่าการทำรักแบบออรัลเซ็กซ์ สามารถทำเพิ่มความสนุกสนานในการมีเพศสัมพันธ์ ช่วยกระชับความสัมพันธ์ แต่อาจมีความเสี่ยงต่อโรคมะเร็งลำคอและมะเร็งในช่องปาก และโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์อื่นๆ ทั้งนี้การเปลี่ยนคู่นอนบ่อยยิ่งเพิ่มความเสี่ยงขึ้นไปอีก เพียงแต่การทำรักแบบออรัลเซ็กซ์ควรทำในที่มิดชิด ไม่ควรการทำรักแบบออรัลเซ็กซ์ในที่สาธารณะดังที่ปรากฏเป็นข่าวหน้าหนึ่งเพราะอาจผิดกฎหมาย ซึ่งก็แล้วแต่สถานที่หรือกฎหมายของแต่ละประเทศ สำหรับกฎหมายสหรัฐอเมริกาที่เกิดกรณีการทำรักแบบออรัลเซ็กซ์นี้ขึ้น เป็นความผิดอาญาสถานเบา ต้องรับโทษสูงสุดคือจำคุกหนึ่งปี ปรับ 140,000 บาท

Category: news

About ดิสภานุรัตน์

แพทย์ผิวหนังผมสุสกาวเดือนไกรดิษฐ์ ฉันทำงานเป็นแพทย์ผิวหนังในกรุงเทพ. ในบล็อกของฉันฉันเขียนเกี่ยวกับการดูแลตัวเองสำหรับเด็กหญิงและผู้ชาย.

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *